เช็กอาการโอมิครอน อาการขั้นไหนต้องระวัง และรีบพบแพทย์ด่วน

วันที่ 13 ม.ค.65 มีข้อมูลจากกรมการแพทย์ ระบุถึงเกณฑ์การส่งต่อ ผู้ป่วยโควิด เข้าโรงพยาบาลหากมีอาการเปลี่ยนแปลงระหว่างทำ Home Isolation / Community Isolation เอาไว้ ดังนี้

1. เมื่อมีอาการไข้สูงเกินกว่า 39 องศาฯ เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง

2. วัดค่าออกซิเจนปลายนิ้วได้น้อยกว่า 94%

3. นับการหายใจได้มากกว่า 25 ครั้งต่อนาทีในผู้ใหญ่ (หากหายใจมากกว่า 20 ครั้งต่อนาที ควรติดต่อแพทย์ที่ดูแล HI CI)

4. กลุ่มผู้ป่วย 608 ที่มีความเสี่ยงหรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่มีอาการเปลี่ยนแปลง

5. สำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีอาการในข้อ 1 หรือ ข้อ 2 หรือมีอาการหายใจลำบาก หายใจเร็วเกินเกณฑ์อายุ เซื่องซึมลง รวมถึงดื่มนมหรือทานอาหารได้น้อยลง

สำหรับลักษณะจำเพาะของเชื้อไวรัสโควิดโอมิครอน คือ เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถกลายพันธุ์ได้ถึง 50 ตำแหน่ง เป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายได้รวดเร็วมาก แม้ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนมาแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์นี้ซ้ำได้

โดยไวรัสจะยึดเกาะกับเซลล์ของคนได้มากกว่า 10 จุด และยังสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันมนุษย์ได้ดี ส่วน อาการโอมิครอน ของผู้ป่วยติดโควิด มักจะมีอาการดังนี้

ไอ, จาม, เป็นไข้, มีน้ำมูก, ปวดศีรษะ, หายใจลำบาก และได้กลิ่นน้อยลง รวมไปถึงอาการเจ็บคอ, ปวดกล้ามเนื้อ, เหนื่อย, อ่อยเพลีย, ไอแห้ง และเหงื่อออกมากในเวลากลางคืน

ทั้งนี้ โอมิครอนสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจและหลอดลมได้ดีกว่าสายพันธุ์เดลตาถึง 70 เท่า แต่หากแพร่กระจายถึงขั้นลงปอด จะไม่ทำลายปอดเท่ากับเดลตา เพราะเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้มักอยู่ในทางเดินหายใจส่วนบน

ลักษณะอาการของผู้ที่ติดเชื้อโควิดโอมิครอน ที่พบในผู้ติดเชื้อในประเทศไทย มีข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ช่วงเดือน ธ.ค. 2564 พบว่าผู้ป่วยมักจะมีอาการหลักๆ 8 อย่าง แต่จะมากน้อยแตกต่างกันออกไป ดังนี้

– ไอ 54%

– เจ็บคอ 37%

– ไข้ 29%

– ปวดกล้ามเนื้อ 15%

– มีน้ำมูก 12%

– ปวดศีรษะ 10%

– หายใจลำบาก 5%

– ได้กลิ่นลดลง 2%

อย่างไรก็ตาม เช็ก อาการโอมิครอน อาการขั้นไหนต้องระวัง และรีบพบแพทย์ด่วน